Thursday, August 6, 2009

การเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง

การเริ่มต้น ธุรกิจ : ทางเลือก

"จงปฏิบัติต่อผู้อื่น
เช่นที่ท่านต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อท่าน
และ "จงให้" แล้ว ท่านจะเป็นผู้ได้ "รับ"
คือ กฏประการสำคัญ ของนักประกอบการ"


ยอร์จ กิลเดอร์









ธุรกิจที่คุณคิดจะริเริ่มนั้น ถ้าเป็นไปได้ ควรจะเป็นแนวความคิดใหม่ๆ

วิธีที่จะได้แนวความคิดใหม่ๆ ได้ก็คือ

คุณจะต้องมีความตั้งใจ
ที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หรือ พร้อมที่จะสนองความต้องการของผู้คน
ซึ่งมักจะมีความไม่พอใจเกิดขึ้นอยู่เสมอ


การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆนี้ ควรจะมีรากฐาน มาจากสิ่งที่คุณมีความรู้

งานในปัจจุบันที่คุณทำอยู่ คือ แหล่งข้อมูลอันดี ที่จะทำให้คุณเกิดแนวความคิด และ มองเห็นภาพขึ้น

หรือ บางที คุณอาจจะคิดประดิษฐ์สิ่งแปลกๆใหม่ๆ โดยใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้ เพราะมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องใช้ในบ้านจำนวนมาก ที่เกิดขึ้นมาด้วยวิธีนี้

บางครั้ง งานอดิเรก ก็กลายเป็นตัวนำ ให้คุณพบกับโอกาสดังกล่าวได้...

งานอดิเรก n.a hobby





















คุณเอง ก็สามารถกระทำในสิ่งที่มีลักษณะเดียวกันนี้ได้

แต่ ในตอนแรก คุณจะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ประจำวัน และ มองหาความต้องการ ที่ไม่มีผู้ใดสนองได้เสียก่อน

ซึ่งความคิดดังกล่าว ควรจะฝึกฝนให้เป็นลักษณะนิสัยประจำตัว
คำแนะนำ วิธีการง่ายๆ คือ
หาสมุดพกไว้สักเล่มหนึ่ง
ในหน้าหนึ่งนั้น เขียนไว้บนหัวกระดาษว่า "ความต้องการ"
ส่วนหน้าต่อไป ก็เขียนไว้ว่า "ความผิดพลาด"
และ จดสิ่งที่คุณได้พบเห็น และ บังเกิดความไม่พอใจ ลงไว้ แม้เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็น

สิ่งที่คุณต้องการแล้ว ไม่ได้
สินค้าที่ซื้อมาแล้ว และ พบว่า มีคุณภาพเลว

หรือ ในเรื่องของการทำงานก็เช่นกัน จงอย่าละเลย ที่จะบันทึกข้อบกพร่องต่างๆ หรือ ข้อมูลที่ไม่อาจหามาได้

จงบันทึกในสิ่งที่ฝ่ายบริหาร ได้มองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องตลาด หรือ การปฏิบัติต่อลูกค้า

ถ้าคุณสามารถกระทำในสิ่งนี้ ได้อย่างเหมาะสม ก็เท่ากับคุณกำลังมองลึกเข้าไปในตนเอง

มิเช่นนั้น คุณก็จะพลาดในสิ่งต่างๆ ที่เป็นความต้องการของมนุษย์ และ ก่อให้เกิดความผิดพลาดตามมาได้

ในทุกๆวันที่ผ่านไป
คุณจะได้พบว่า คุณมีความต้องการในอะไรบางสิ่งที่มิได้มีอยู่


เมื่อใดก็ตาม ที่คุณจะนำวิธีการดังกล่าวนี้ เข้ามาใช้
คุณก็จะเปรียบเสมือนคนตาบอด ที่เกิดมองเห็นขึ้นมาได้ในทันทีทันใด


การ ใช้เวลาเล็กๆน้อยๆ ให้เป็นประโยชน์ โดยการทำธุรกิจ ที่สามารถสนองความต้องการของคนอื่นๆได้เช่นนี้แหละ ที่จะกรุยทาง ให้เราก้าวไปสู่ความเป็นสักประกอบการที่ยิ่งยงในอนาคต ได้ในไม่ช้า


โอกาสดังกล่าว
ได้ก่อให้เกิดบริษัท ที่สร้างผลกำไรให้เกิดขึ้นได้อย่างงดงามมาแล้วเหลือคณานับ









เมื่อถึงเวลาหนึ่ง แนวความคิดที่คุณต้องการ ก็จะสว่างแวบขึ้นมาในใจ และ แล้ว การประกอบการธุรกิจของคุณก็จะเริ่มต้นขึ้น








การ ฝึกฝน ที่คุณมอบให้แก่ตนเอง ด้วยการวิเคราะห์ในความต้องการของผู้อื่น จะช่วยคุณได้ด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การบริหารที่ดี บริการที่ดี คุณภาพที่ดี

ความต้องการของคุณ ก็คือ ความต้องการของคนอื่นๆด้วย

คนเราทุกคน ล้วนแล้วแต่มีความต้องการที่เหมือนๆกัน แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของเรา จะแตกต่างกันก็ตาม

ความไม่พอใจ และ ความปราถนาของคุณ ก็คือ ความรู้สึกของเพื่อนบ้าน
ดังนั้น โอกาสของคุณ จึงมีอยู่ในการวิเคราะห์ตนเอง หรือ วิเคราะห์ในความต้องการของผู้อื่น







ถ้าคุณแสวงหาโอกาสดังกล่าว อย่างจริงจัง โอกาสก็ย่อมจะมีมา
เมื่อไรที่คุณพร้อม สิ่งที่คุณแสวงหา ก็จะรอคุณอยู่

การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ใหม่ และ ดีกว่า...
การสร้างงานที่โดดเด่น
การคิดประดิษฐํ และ สร้างผลิตภัณฑ์ หรือ สินค้าชนิดใหม่ๆออกมา
แม้ว่าจะต้องใช้ความสามารถเป็นพิเศษ ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีอยู่บ้าง
แต่ มันก็มิใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป

และ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณได้เริ่มกิจการขึ้นมาแล้ว คุณก็จะจับวิธี หรือ หนทางอันจะให้เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าของคุณได้

ซึ่ง อาจเป็นหนทางที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน








ประสบการณ์ และ การศึกษาในความต้องการของลูกค้าเท่านั้น ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ

อเล็กซานเดอร์ ที. สจ๊วต
อาชีพแรกของเขา คือ ครู
ตลอดเวลานั้นเขาแสวงหา และ ครุ่นคิด เกี่ยวกับความต้องการของผู้อื่น
เขารับฟัง และ จับสังเกตอยู่ว่า ทำอย่างไร จึงจะทำให้ผู้อื่นพอใจ และ ไม่พอใจ

และ นั่นคือ สิ่งที่คุณเอง ก็ควรจะต้องทำ









จากการลงทุนด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด ไปจนกระทั่งการลงทุน ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่างๆ กฏเกณฑ์ส่วนใหญ่ก็เหมือนๆกัน คือ

คุณพยายามที่จะทำอะไรบางอย่าง ให้แปลก หรือ ดีกว่าสิ่งที่ใครๆ กระทำกันอยู่








ขอให้ดูจากงานขายบริการอย่างง่ายๆ คือ บริการขัดรองเท้า

คนส่วนมากอาจคิดว่า มันเป็นงานที่ต่ำต้อย

..แต่ไม่มีงานใดที่มนุษย์กระทำลงไปแล้ว จะเป็นการไร้ศักดิ์ศรี
งานทุกอย่าง เป็นงานที่มีเกียรติ และ มีค่าควรแก่การทำทั้งสิ้น


เมื่อ คุณสามารถสนองความต้องการของเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่างานนั้น จะเป็นงานในระดับต่ำสักเพียงไร ก็เท่ากับคุณได้ปฏิบัติ ตามกฏขั้นมูลฐานของการค้า และ การสร้างฐานะของตนเอง โดยสมบูรณ์แล้ว

ทำในสิ่งที่เหนือกว่าบริการในระดับปัจจุบัน หรือ วิธีการที่ใครคนอื่นทำกันอยู่

คุณ จะได้รับผลสนองตอบ ต่อสิ่งที่คุณประดิษฐ์ขึ้นมา ก็ต่อเมื่อ คุณเอามันเข้าไปวางลงในตลาด และ ลุกค้า หยิบมันขึ้นมาเท่านั้น

มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่เราจะทำเงินขึ้นมาเป็นจำนวนมากๆ...
เพราะ มินมิใช่เรื่องง่าย ที่คนเราจะมีความยึดมั่นในอุดมการณ์ของตนเองอย่างเหนียวแน่น และ พยายามจะผลักดันสินค้า หรือ บริการของตน เข้าสู่มือลูกค้าอย่างไม่ทดท้อต่ออุปสรรคนาสัปการ

ศัพท์เทคนิค ในวงการธุรกิจ ที่คุณแสวงหาอยู่ก็คือคำว่า "ช่องว่างในตลาด"








ธุรกิจ ที่จะลงทุน จะต้องเป็นผลที่เนื่องมาจากการค้นพบวิธีการที่ใหม่กว่า ดีกว่า หรือ การมองเห็นช่องว่างที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไป เพื่อเติมช่องว่างนั้นให้เต็ม

พูดง่ายๆ ก็คือ คุณมองหาวิธี ที่จะแก้ปัญหา หรือ สนองความต้องการของผู้บริโภคนั่นเอง


เฮนรี่ ไกเซอร์ ได้กล่าวว่า

"คุณจะต้องตั้งเป้าหมายไว้ว่า คุณสามารถจะเสนอบริการได้ดีเพียงไร
ถ้าคุณตั้งเป้าหมายที่แน่นอน คุณก็ควรจะแสวงหาบริการใหม่ๆ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้..."

เมื่อใดก็ตาม
ที่ ผมเห็นความต้องการที่ไม่สมปรารถนา ผมจะเกิดความรู้สึกกระตุ้นขึ้นมาในใจว่า จะต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะให้มันเกิดความสมบูรณ์ขึ้นมาให้ได้

"โอกาสที่จะพัฒนา หรือ ผลิตสินค้า หรือ บริการใหม่ๆ นั้น กว้างใหญ่ไพศาลแบบเดียวกับแนวความคิด หรือ ความต้องการของมนุษย์นั่นแหละ"










ขณะที่เราขับรถผ่านเข้าไปในเมือง ที่ไม่เคยรู้จักนั้น เราเต็มไปด้วย ความอ่อนเพลีย เหน็ดเหนื่อย และ หิวโหย

มันเป็นเวลาค่ำมาก จนเกินกว่าที่เราจะหวังว่า จะหาร้านอาหารดีๆ นั่งรับประทานกันได้
ทันใดนั้น เมื่อเราขึ้นไปถึงเนินเขา ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงแรมที่พัก เรารู้สึกโล่งใจเป็นอันมาก
ลูกชายของผม ตะโกนออกมาด้วยความดีใจว่า " McDonald "

อะไรเป็นเหตุผล
ให้ครอบครัวเล็กๆของผม และ ลูกค้าคนอื่น แสดงความโล่งใจออกมา เมื่อได้เห็นป้าย แม๊คโดนัลด์ เด่นอยู่ตรงชานเมืองอขงเมืองแวนคูเวอร์

คำตอบก็คือ
เพราะ แม๊คโดนัลด์ สามารถตอบสนองความต้องการของเราได้








เราต้องการความมั่นใจว่า จะได้รับประทานอาหารดีๆ
ต้องการบริการเร่งด่วน
เรา ไม่ต้องการจะไปในสถานที่ซึ่ง ต้องนั่งลง รอ และ เต็มไปด้วยความวิตกกังวลว่า สภาพของเราเป็นอย่างไร แต่งตัวเหมาะสมกับสถานที่หรือไม่

ถ้าเราพิจารณมถึงช่องว่างในตลาดที่ แม็คโดนัลด์ เข้ามาเติมให้เต็ม เราก็จะได้พบสิ่งที่นำความสำเร็จ มาสู่นักประกอบการที่ยิ่งใหญ่ ของอเมริกา ดังนี้





คุณภาพ : อาหารจะต้องดีเสมอ
การจัดจำหน่าย : พบได้ในทุกหนทุกแห่ง
ความรวดเร็ว : ไม่ต้องมีการรอคอย หรือ ล่าช้า
ความไม่มีพิธีรีตอง : ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายชุดใหม่
ความไว้ใจได้ : อาหารจะมีรสชาติเช่นเดิม
บริการ : ให้ความสนใจ และ รวดเร็ว
ความสะอาด : ไม่มีสิ่งใด ที่ชวนใจให้ไม่อยากเข้าไปนั่งรับประทาน
บริกร : แต่งตัวสะอาด และ ให้ความสนใจในลูกค้า
เมนู : มีอาหารทุกชนิดให้เลือก
ราคา : เป็นราคาที่สมเหตุผล







เหตุผลที่ทำให้บริษัทนี้ มีความเจริญรุ่งเรือง ก็เป็นเหตุผลเดียว กับ การลงทุนในธุรกิจประเภทอื่น

"ผมได้พบความก้าวหน้านั้น อย่างช้าๆ ว่า ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หรือ บริษัทธุรกิจก้ตาม หลักการที่เป็นสัจธรรมที่สุด คือ
เงินทุกเหรียญที่จ่ายไป จะต้องได้รับคุณภาพที่คุ้มค่ากลับมา"




Thursday, July 30, 2009

การเขียน Facebook Application

ก่อนอื่นต้องขอบ่นก่อนเลยว่าผมงงมากๆ กับการเริ่มเขียน Facebook API เนื่องจาก Wiki ของ Facebook มี เนื้อหาต่างๆ มากมาย ทั้ง Low Level และ High Level ผสมกัน กว่าจะเข้าใจและพอเขียน App ที่ใช้ได้จริงๆ ก็เป็นอาทิตย์เพราะนั่งปวดเศียรเวียนเกล้ากับอยู่นานสองนาน ดังนั้นใครอยากเขียน Facebook Application ละก็ควรจะรู้สิ่งต่างๆ ข้างล่างไว้ก่อน เพื่อที่เวลาจะเริ่มหัดจะได้ไม่งงเหมือนกับผม

ก่อนอื่นสิ่งที่ต้องมีอันดับแรกคือ host ของตัวเองที่ไหนก็ได้ เพราะ Facebook จะไม่มีที่สำหรับ upload file ของเราเก็บให้ครับ ต้องมี host เป็นของตัวเอง แล้ว Facebook จะมาดึงข้อมูลจาก host ของเราไปแสดงบน facebook อีกทีหนึ่ง (ผ่าน Canvas Callback URL ใน Tab Convas ด้านล่าง) สิ่งที่ต้องทำมีดังนี้

1. http://www.facebook.com/developers/ เข้าหน้านี้แล้วกด Allow Access จะเป็นการอนุญาตการใช้ App เหมือน App บน facebook ทั่วไป (อย่าลืม bookmark ด้วยล่ะ! เพราะมันก็เป็น app ที่สามารถ bookmark ได้ตามปกติ)
2. คลิก Setup New Application ทางมุมขวาบน
3. ช่อง Application Name ก็กรอกชื่อ App ที่เราจะสร้างตามสะดวก
4. ติ๊ก Agree แล้ว Save Change
5. จะเข้าสู่หน้า Application Setting ซึ่งส่วนที่เราต้องไปเซ็ตค่ามีดังนี้ (ส่วนอื่นนอกจากนี้ ถ้าไม่ต้องการใช้อะไรที่ Advance จริงๆก็ไม่ต้องยุ่งครับ จะมีอะไรให้เซ็ตเยอะมาก)
1. Tab General ต้องเซ็ตดังนี้
* Application Name - อันเดียวกับที่ใส่ไปแล้ว
* Description - รายละเอียด Application ที่จะให้แสดงตอนขึ้น Allow Access ให้ดึง friend มาได้
* Icon - icon เวลา bookmark และ publish ลง wall
* Logo - แสดง logo ตอน Allow Access และอื่นๆ
* Developers - ถ้ามีเพื่อนหลายคนช่วยกัน จะแบ่ง permission ให้เข้ามาแก้ Application Setting ได้ด้วยก็ใส่เพิ่มตรงนี้
2. Tab Convas
* Canvas Page URL - URL ที่จะให้ผู้ใช้ App ของเราจำ หรือใส่ link ต่างๆ (จะเปลี่ยน URL เมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ และไม่กระทบกับผู้ใช้ที่ bookmark app เราไว้)
* Canvas Callback URL - URL ที่เชื่อมโยงกับเว็บจริงของเราที่ทำการประมวลผลต่างๆ ใน app และส่งมาให้ผู้ใช้ได้ใช้ (host ของเรานั่นเองแหละ) เช่น http://www.myserver.com/facebook_app/index.php
* Render Method - อันนี้ให้เลือกเป็น Iframe ซึ่งผมจะอธิบายความแตกต่างระหว่าง เลือกแบบ FBML กับแบบ Iframe ให้อีกทีครับ (ใน Tutorial อันต่อๆ ไปจะสร้าง app ใน iframe ครับเลยต้องเลือกอันนี้)
* IFrame Size - อันนี้เลือกเป็น Resizable ซึ่ง Smart size คือการกำหนดให้ Auto Resize กรอบของ iframe ตามขนาดหน้าจอ Browser ครับ แต่ให้เลือกเป็น Resizable เพราะเราจะมีวิธีแก้ที่ดีกว่าภายหลังครับ หึหึ :P
3. Tab Convas
* Connect URL - กรอก URL host เราเข้าไปเหมือนเดิมครับ (อันนี้จริงๆ จะใส่อะไรก็ได้ เหมือนกับว่ามันแค่เอาไปเซ็ต path cookie domain เวลาเราจะใช้งาน Facebook Connect เท่านั้นเอง)
* Facebook Connect Logo - จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ครับ ไม่มีผล
4. Tab Advanced
* Sandbox Mode - ถ้าเลือกเป็น Enable จะอนุญาตให้เฉพาะ Developer ของ App นี้เท่านั้นที่สามารถใช้งานทดสอบ App นี้ได้ (ตามช่อง Developers ที่ได้กรอกไว้ใน Tab General) ซึ่งหากเป็น App ที่อยากให้เพื่อนช่วยทดสอบ แต่ไม่อยากให้เพื่อนเข้ามายุ่มย่ามกับ Application Setting ของเราก็ปล่อย Disable ไปเถอะครับ
6. คลิก Save Changes ก็จะแสดงหน้า Profile ของ Application เราขึ้นมา ให้จำค่า API Key และ Application Secret เอาไว้ให้ดี เพราะต้องเอาไปใช้ใน code ของเราตอนเชื่อมกับ Facebook ครับ

7. ในหน้าเดียวกันกับข้อที่แล้วให้เลื่อนลงมาด้านล่าง คลิก Download the Client Library (จะ กด link นี้เพื่อดาวน์โหลดเลยกได้ แต่ไม่ยืนยันว่าจะได้ library เวอร์ชั่นล่าสุดครับ) ส่วนใครที่ไม่ได้ใช้ php สามารถ Download library ต่างๆ ในภาษาที่ใช้ได้ที่ Unofficial Client Libraries

8. Extract Client Library ออกมา จะมี folder footprints กับ php ซึ่ง folder footprint จะเป็น app ตัวอย่างซึ่งใช้ Setting แบบ FBML ในการรันใช้งาน (แต่เราเลือกเป็น Iframe ไว้) ดังนั้นจะใช้งานกับ Tutorial ฉบับนี้ไม่ได้ ใครอยากลองในนั้นก็ได้ครับ ตามสบาย

9. ใน Folder php ไฟล์ที่เราต้องใช้มีเพียงสองไฟล์คือ facebook.php และ facebookapi_php5_restlib.php ส่วนไฟล์ facebook_desktop.php ก็ตามชื่อครับ ไว้ใช้ถ้าเราสร้าง App ที่อยู่บน Desktop แต่เราสร้างบนเว็บอยู่แล้วก็ไม่ต้องยุ่ง และสุดท้ายคือ folder jsonwrapper ใช้สำหรับถ้า host ที่เราใช้อยู่ ไม่สามารถใช้ function json_encode และ json_decode ได้ก็จะต้อง include ใช้ library ในส่วนนี้ด้วย (ปกติแล้วถ้า host เป็น php5 ตั้งแต่ 5.2 ขึ้นไปจะสามารถใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้อยู่แล้ว)

10. กลับมาที่หน้าเดิมกับข้อ 7 (อีกแล้ว) จะมีช่องนึงเขียนว่า Sample Code “Get started quickly with some example code!” นั่นแหละคลิกคำว่า example code เอาเลย แล้วจะมี popup เด้งขึ้นมาพร้อม code ตัวอย่างที่ป้อน API Key, กับ Application Secret ของ App เราไว้ให้แล้วเสร็จสรรพ!! เพียงแค่ copy paste ไปสร้างไฟล์ใหม่ชื่อ index.php แล้ว upload เข้า host เราให้ path ตรงกับ Canvas Callback URL ที่กรอกไว้ใน Tab Convas (อย่าลืม upload facebook.php และ facebookapi_php5_restlib.php ขึ้นไปด้วยให้อยู่ directory เดียวกันกับ index.php ของเรา)

11. ทดสอบพิมพ์ URL ตาม Canvas Page URL ที่กรอกไว้ใน Tab Convas ก็จะรัน app ได้ทันที โอ้!! มีรายเพื่อนของเราโผล่มาหมดเลย!! :P อะไรเนี่ย?? ยังไม่ต้อง code เลยซักแอะ แค่ Copy Paste เอง :P

12. ถ้าต้องการ Edit Application Setting อีกครั้งก็เข้าหน้า Facebook Developer ที่ bookmark ไว้แล้วจะมีรายชื่อ App ที่เราสร้างไว้ทางขวาบน (ใต้ปุ่ม Setup New Application) แล้วจะกลับมาที่หน้าเดียวกับข้อ 7 คลิกที่ Edit Settings ก็จะแก้ไขค่าต่างๆ ได้ครับ

Thursday, June 11, 2009

ข้อมูล Paypal

1. ข้อมูลเบื้องต้น

Paypal Inc. (www.paypal.com) เป็นบริษัทออนไลน์ที่ให้บริการระบบโอนและชำระเงินผ่านอีเมล์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค
(C-to-C Payment) หรือระหว่างบุคคลกับบุคคล (P-to-P Payment) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 1998
และเริ่มให้บริการเมื่อเดือนตุลาคม 1999 ในระหว่างปีแรกที่ให้บริการ บริษัทมีลูกค้าเข้ามาลงทะเบียนเป็นสมาชิกกว่า 3 ล้านราย
และมีธุรกรรมต่อวันมากกว่า 100,000 ธุรกรรม

บริการทั่วๆไปที่ลูกค้านิยมใช้บริการผ่าน Paypal ได้แก่ การโอนเงินระหว่างบุคคลกับบุคคล การชำระเงินค่าสินค้าในตลาด
ประมูลต่างๆโดยเฉพาะตลาดประมูลระหว่างบุคคลกับบุคคลของ Ebay การทำธุรกรรมที่เป็นลักษณะเดียวกับการสั่งจ่ายเช็คระหว่าง
บุคคลกับบุคคล และการชำระเงินค่าสินค้าให้แก่ร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น

ในสหรัฐฯก่อนที่จะมีการให้บริการระบบโอนและชำระเงินออนไลน์เช่นเดียวกับ Paypal การโอนและชำระเงินระหว่างกลุ่มผู้บริโภค
กับผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการชำระด้วยเงินสด การส่งเช็ค การโอนเงิน (Transfer) และการใช้บัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งมีความ
ไม่สะดวกบางประการ กล่าวคือ

  • การชำระเงินด้วยเงินสด ต้องมีการพบปะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย
  • แม้ว่าการสั่งจ่ายเช็คระหว่างบุคคลกับบุคคลโดยข้ามธนาคารหรือข้ามรัฐจะไม่มีการคิดค่าบริการก็ตาม
    การส่งเช็คไปยังพื้นที่ที่ห่างไกลต้องใช้ระยะเวลานาน และผู้ที่ได้รับเช็คต้องนำเช็คดังกล่าวไปฝากธนาคารก่อน
    จึงจะสามารถสั่งจ่ายให้แก่ผู้อื่นต่อไปได้
  • การชำระเงินด้วยการโอนเงินมีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูง
  • การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตยังไม่สามารถชำระโดยตรงระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคได้
ในทางตรงกันข้ามการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตผ่านบริการของ Paypal มีข้อดี คือ
  • สามารถรองรับการทำธุรกรรมระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคได้
  • มีต้นทุนในการทำธุรกรรมที่ต่ำและสามารถสั่งจ่ายเงินที่มีมูลค่าน้อย
  • มีความรวดเร็วเสมือนกับการรับและส่งเช็คทางออนไลน์ และสามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
2. ขั้นตอนในการประกอบธุรกิจ

ผู้ที่ต้องการใช้บริการโอนหรือชำระเงินผ่านเครือข่ายบริการของ Paypal ต้องลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกของ Paypal
ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ลูกค้าจะเป็นผู้กำหนดชื่อบัญชี (Login) และรหัสผ่าน (Password) ได้ด้วยตนเอง โดยลูกค้า
สามารถเลือกเปิดบัญชีส่วนบุคคลหรือบัญชีแบบ Premier ซึ่งจะมีวงเงินในการรับชำระด้วยบัตรเครดิตและคิดค่าบริการที่แตก
ต่างกันดังแสดงในตารางที่ 1 ในการลงทะเบียน ลูกค้าต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

  • เปิดบัญชีธนาคารประเภทใช้เช็ค (Checking Account) เพื่อใช้สำหรับการโอนเงินฝากไว้ในบัญชี
    หรือต้องการปิดบัญชีที่เปิดไว้กับ Paypal
  • ฝากเงินขั้นต่ำไว้ในบัญชีที่เปิดไว้กับ Paypal 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยในอัตรา
    ที่ใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยของตลาด
  • แจ้งที่อยู่อีเมล์ (Email Address) ซึ่งจะใช้ในการติดต่อและทำธุรกรรม

2.1) ผู้ส่งเงินหรือผู้โอนเงิน

  1. เมื่อลงทะเบียนแล้ว สมาชิกจะสามารถใช้บริการโอนเงินหรือชำระเงินให้แก่ผู้อื่นผ่านเว็บไซต์ของ Paypal
  2. ในขั้นตอนการโอนเงิน สมาชิกต้องแจ้งชื่อและนามสกุลของผู้รับ จำนวนเงินที่ต้องการโอน และอีเมล์ของผู้รับ
  3. หลังจากยืนยันการโอนเงินแล้ว บริษัทจะส่งอีเมล์แจ้งหมายเลขยืนยันการโอนเงิน เพื่อให้ผู้โอนเงินใช้อ้างอิง
    ส่วน ผู้รับจะได้รับอีเมล์แจ้งให้ทราบว่ามีการโอนเงินให้ผ่านบริการของ Paypal โดยผู้รับจะสามารถรับเงิน
    จำนวน ดังกล่าว ตามขั้นตอนที่จะกล่าวถึงต่อไป
  4. เมื่อผู้รับได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะส่งอีเมล์ยืนยันการรับเงินดังกล่าวให้แก่ผู้โอนเงิน อย่างไรก็ตาม
    บริษัทอนุญาตให้ผู้โอนเงินสามารถยกเลิกการโอนเงินได้ทุกเวลาก่อนที่ผู้รับจะได้รับเงิน

    2.2) ผู้รับเงิน

    1. เมื่อได้รับอีเมล์แจ้งการโอนเงิน ผู้รับต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกของ Paypal เช่นเดียวกับผู้โอนเงิน โดยไม่ต้อง
      เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
    2. เมื่อลงทะเบียนแล้ว ผู้รับจะได้รับเงินจำนวนดังกล่าวและเก็บในบัญชีที่เปิดไว้กับ Paypal โดยจะสามารถโอนเงิน
      จ่ายให้แก่ผู้อื่นได้ต่อไป

    2.3) การปิดบัญชี

    เมื่อลูกค้าต้องการปิดบัญชีที่เปิดไว้กับ Paypal ลูกค้าจะต้องแจ้งให้บริษัททราบ โดยบริษัทจะส่งเงินทั้งหมดที่มีอยู่
    ในบัญชีของลูกค้าดังกล่าวในรูปของการส่งเช็คทางไปรษณีย์ การโอนเงินผ่านบัตรเครดิต หรือการโอนเงินในบัญชีคืน
    ให้แก่ลูกค้า ซึ่งไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีใดก็ตาม ลูกค้าจะใช้เวลารอรับเงินนานประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามลูกค้า
    ส่วนใหญ่ จะเก็บรักษาเงินจำนวนดังกล่าวไว้ใช้ซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ต่อไป ในปัจจุบัน บริษัทกำลังจัดทำโครงการให้
    บริการบัตรเดรบิต (Debit Card) เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าตามร้านค้าปกติ (Offline)


3. การประกอบการ

รายได้หลักของบริษัทจะมาจากค่าธรรมเนียม (Fee) ซึ่งจัดเก็บจากผู้รับเท่านั้น ดังตารางที่ 1

ประเภทบัญชี ค่าธรรมเนียมบริการ
ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่รับ
. น้อยกว่า $15 ตั้งแต่ $15 ขึ้นไป
บัญชีส่วนบุคคล* ไม่คิดค่าบริการ ไม่คิดค่าบริการ
บัญชีแบบ Premier $0.30 2.2% + $0.30
* กำหนดให้รับโอนเงินจากบัตรเครดิตได้ไม่เกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มา: http://www.paypal.com

เมื่อต้นปี 2001 Paypal มีสมาชิกเกือบ 7 ล้านราย และมีร้านที่เปิดรับชำระเงินจาก Paypal กว่า 7,000 แห่ง โดยในแต่ละวัน
มีจะมีปริมาณการโอนและชำระเงินเงินผ่านระบบของ Paypal กว่า 160,000 ครั้งต่อวัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อวัน

4. จุดเด่นในการประกอบธุรกิจ
จุดเด่นในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของ Paypal คือ การประกอบธุรกิจที่สามารถหาช่องว่างของตลาดการ
โอนและชำระเงินระหว่างบุคคลกับบุคคล โดยการใช้อีเมล์เป็นสื่อกลางในการแจ้งการทำธุรกรรมแต่ละครั้งให้ลูกค้าทราบ ซึ่งทำให้
บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าได้สะดวกและรวดเร็วกว่าการให้บริการแบบเดิมที่เป็นการชำระเงินด้วยเงินสด การใช้เช็ค
การโอนเงิน และการใช้บัตรเครดิต

จุดเด่นอีกประการหนึ่งของ Paypal คือ การคิดอัตราค่าบริการของ Paypal อยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมบริการของบัตร
เครดิตซึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3 ถึง 5 ของมูลค่าที่ชำระเงิน และค่าธรรมเนียมบริการโอนเงินของธนาคารซึ่งคิดค่าบริการขั้นต่ำ
อยู่ที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากนี้ Paypal มีวิธีการหาลูกค้าโดยการกระจายสมาชิกจากผู้ส่งเงินไปสู่ผู้รับชำระเงินอย่างเป็นลูกโซ่ โดยกำหนดให้ผู้ที่จะ
รับเงินจากผู้ส่งในระบบต้องเป็นสมาชิกของ Paypal เท่านั้น ซึ่งทำให้ Paypal มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

5. ปัจจัยในความสำเร็จ
ธุรกิจการให้บริการโอนและชำระเงินออนไลน์เช่น Paypal จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ
  1. สามารถสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าได้ เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจทั้งหมดของ Paypal
    มีความเกี่ยวข้องกับเงินของผู้ใช้บริการ ซึ่งในการทำธุรกรรมแต่ละครั้งลูกค้าจะให้ความสำคัญต่อการรักษาความ
    ปลอดภัยในอันดับต้นๆ ดังนั้น Paypal จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัย
    และความถูกต้องอยู่เสมอ ในระหว่างเริ่มต้นการประกอบธุรกิจ Paypal ได้สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าด้วยการ
    แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา (Board of Advisory) ที่มาจากกลุ่มผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูล
    (Encryption Technology)
  2. สามารถคิดค่าบริการในอัตราที่ต่ำกว่าแบบเดิมคือบริการของธนาคารและบัตรเครดิต นอกจากการให้บริการ
    อำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้แก่ลูกค้าแล้ว จุดเด่นอีกประการหนึ่งของ Paypal คือ การคิดค่าบริการในอัตรา
    ที่ต่ำกว่าบริการของธนาคารและบัตรเครดิต ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง
    บริษัทจำเป็นต้องสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันดังกล่าวไว้ หรือเพิ่มบริการมูลค่าเพิ่มอื่นๆ
    (Value Added) เพื่อจูงใจให้ลูกค้าใช้บริการต่อไป
  3. มีร้านค้าออนไลน์จำนวนมากรับชำระค่าบริการด้วยระบบชำระเงินของ Paypal ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสะดวก
    ให้แก่ลูกค้ามากขึ้น ในปัจจุบันมีร้านค้ากว่า 7,000 แห่ง และเว็บไซต์ประมูลเกือบทั้งหมดที่ยอมรับการ
    ชำระเงินด้วยระบบของ Paypa

6. ธุรกิจอื่นๆ ที่มีโมเดลคล้ายกัน

บริษัทอื่นที่มีโมเดลในการทำธุรกิจที่คล้ายคลึงกับ Paypal ได้แก่ Billpoint (www.billpoint.com) ซึ่งให้บริการชำระเงิน
แก่ลูกค้าของตลาดประมูล Ebay.com c2it (www.c2it.com) ซึ่งให้บริการถอนเงินจากธนาคารและชำระเงิน และ MoneyZap
(www.moneyzap.com) ซึ่งให้บริการชำระเงินออนไลน์

7. โอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทย

ในปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์บางแห่งของไทยได้เริ่มให้บริการธนาคารออนไลน์ (Internet Banking) ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถ
โอนหรือชำระเงินระหว่างกันได้ อย่างไรก็ตาม บริการดังกล่าวยังมีความไม่สะดวก หลายประการ เช่น ไม่สามารถใช้กับผู้รับ
ชำระเงินที่หลากหลาย และต้องแจ้งรายชื่อผู้รับชำระเงินก่อนล่วงหน้า เป็นต้น ส่วนการให้บริการในลักษณะเดียวกันกับ Paypal
นั้นยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะขัดกับกฎระเบียบใดที่ใช้กำกับดูแลสถาบันการเงิน หรือถือว่าเป็นการออกเงินสกุลใหม่ตามกฎหมาย
เงินตราหรือไม่

ร้านค้าออนไลน์ควรศึกษาและเตรียมความพร้อมที่จะยอมรับระบบชำระเงินออนไลน์ของ Paypal หรือระบบชำระเงินออนไลน์อื่นๆ
ในลักษณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าของตน